มาเล่าเรื่อง ประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ จากการที่สาวไทยอายุน้อย(?) ไปญี่ปุ่นคนเดียว (ฮา) ตอนนี้เชื่อแล้ว ว่าไปเมืองนอกคนเดียวไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทั้งที่เราทำการบ้านมาดี พูดภาษาเค้าพอรู้เรื่อง แต่การไปญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับคนกรุ๊ปโอที่ไม่รอบคอบแบบเราจริงๆ m(- -)m


เริ่มแรกจัดการเตรียมตัวไปอย่างดี ที่อยู่อาเจ๊ที่ไปพัก วิธีการไปบ้าน(ไม่มีคนมารับ) ราคาตั๋ว สถานีต่อ เรียบร้อยก้ขึ้นเครื่องมา

 
 


ความซวยลำดับที่หนึ่ง:

เลือกที่นั่งเป็นวิโด้ซิด หรือนั่งแบบไม่ติดทางเดิน เพราะเราเดินทางไม่นาน มั่นใจว่าไม่เข้าห้องน้ำ แถมถือของขึ้นเครื่องเยอะ(อุกรณ์ดูคอน) เลยอยากได้ที่ๆ ไม่ต้องหลีกคนอื่น แต่ดันมาได้ติดทางเดิน แถมคนในดันเข้าห้องน้ำบ่อยจนอยากแลกที่ให้รู้แล้วรู้รอด T^T (จะว่าเค้าผิดรึก็ไม่ใช่ เรามันซวยเอง....)

 


ความซวยลำดับที่สอง:

เราดันอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา นั่งอยุ่นานเครื่องสงบสวยงาม แต่พอเราลุกปั๊ปเครื่องสั่นแรงมากจนเราล้มไปกองกะพื้น ยังดีที่คว้าเก้าอี้ข้างๆ กันได้ ห้องน้ำก้อยากเข้า ขาก้เจ็บ เครื่องก้สั่นไม่หยุด โฮ้วววววว แถมกัปตันยังบอกว่าให้นั่งอยู่กับที่ คาดเข็มขัด เพราะอากาศเลวร้ายมาก สังเกตุรอบตัวแม้แต่แอร์ยังเข้าที่กันหมด เครื่องก้โคลงจนอยากร้องไห้ แต่ก็กลั้นใจวิ่งไปที่นั่งขาดเข็มขัดสำเร็จ


 

ความซวยลำดับที่สาม:

ถึงญี่ปุ่น พูดกับตม.แบบงูๆปลาๆ สุดท้ายก็ผ่านมาได้ไม่โดนส่งกลับ เดินตามป้าย เจอที่ซื้อตั๋วรถไฟแป๊ะๆ ตามที่อาเจ๊บอกมา ซื้อตั๋วแบบไม่ดูแผนที่เพราะดูไม่เป็นแต่รุ้ราคาที่หมายจากอาเจ๊แล้ว จากนั้นก็เดินดุ่มๆ แต่จู่ๆ ถุงกระดาษที่บรรทุกของดูคอน กระเป๋าตังค์ และพวกพาสปอร์ตก็เบาขึ้น หันกลับไปถุงมันขาด หล่นรายทางมาจนถึงตรงนี่ บร๊ะเจ้า อินายสถานีก็ไม่บอกเลย ปล่อยตูเดินอยู่ได้ เลยได้แต่เดินก้มหน้ามาเก็บทั้งที่น้ำตาตกใน อายก้อาย ถุงก้ไม่มีใส่ ต้องหอบหิ้วพัดอันเบ่อเร่อสามอันทุรักทุเลขึ้นรถไฟท่ามกลางสายตาผู้คน



ความซวยลำดับที่สี่:

หลังจากเดินทางมายาวนาน ต่อถึงสองต่อก็เกือบจะถึงปลายทาง ลงสถานีนี้ไปต่ออีกที่ ซื้อบัตรใหม่ก็จบ แต่...จำราคาของรอบนี้ไม่ได้ สถานีก้เริ่มบ้านนอกไม่มีภาษาอังกฤษ ไอ่เราก้อ่านคันจิสถานีบ้านพี่ไม่ออก ร่ำๆ จะร้องไห้ หานายสถานีก็ไม่เจอ(ตอนนั้นไม่รุ้ว่าเค้าอยุ่ในตู้ของเค้า) จะถามคนก็หวั่นๆ เรยหยิบมือถือโทรโรมมิ่งหาพี่ กะให้เค้ามารับตรงนี้ก็ได้มั้งเพราะมันใกล้บ้านแล้ว แต่สรุป โทรไม่ติด! ไปหยอดเหรียญก็ไม่ติด ซวยคือคำเดียวในหัว ทำไงดี? เหนือ่ยก้เหนื่อยสมองตื้อไปหมด ดีที่ไหวตัวทันปริ๊นที่อยู่เค้ามาเลยไปโบกแท็กซี่ยอมเสียเงิน แล้วลุงแท็กซี่ก็ใจดี ให้ยืมือถือแต่ก็ยังโทรไม่ติดอยู่ดี สุดท้ายลุงแท็กซี่ก้วิ่งลงไปถามคนให้ตอนไปถึงละแวกบ้านว่าตึกนี้มันอันไหน แล้วก็เจอ ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^^



ความซวยลำดับที่ห้า:

พอจ่ายเงินไป 1400 เยน ค่าแท็กซี่ก็ลากกระเป๋ามาหน้าตึก และพบว่า...เจอบันไดตั้งตระหง่าน! มองซ้าย มองขวา เวรมันไม่มีลิต์ฟ!! ถึงกระเป๋าไม่หนักมาก แต่ก็หนักถึง 20 โลนะคะ แถมยังอิพัดที่หอบอยู่แนบอก กะเป้ที่ดูดพลังงานอีก แต่ก็ต้องทำใจขึ้นแบกขึ้นไปคนเดียวจนถึงชั้นหนึ่ง แต่ห้องอาเจ๊เราอยู่ชั้น...หก ดีที่พอเข้ามาอีกหน่อย มีลิต์ฟจากชั้นสองไปเลยไม่ต้องร้องไห้ตรงนั้น...



สรุปของวันแรกที่ไป เจอเจ๊ปุ๊ปปล่อยโฮออกมา โฮ้วววววว ทั้งที่เจ๊ก้เอามือถือไว้ข้างตัว แต่ก้ไม่มีสัญญานว่าเราโทรมาเลยซักรอบ แต่ก็ถือว่าโชคดีที่หาเจ๊เจอ แล้วไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ....

ไว้อัพตอนต่อเป็นภาคดูคอนวันหลังนะ คึคึ

 

 

 

 

Ya_ma-Ploy

edit @ 23 May 2011 00:39:17 by Ya_ma-Ploy

ไม่อยากอัพบล็อกอีกครั้งด้วยเรื่องนี้เลย

แต่เราก็อยากจะเตือนตัวเองไว้ ไม่ให้ลืมวันนี้เด็ดขาด

วันนี้ และสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกของเรา

 

วันนี้เราได้รู้ข่าวว่า

พี่ก้องของเราจะไม่ได้มาโรงเรียนอีกแล้ว

พี่ก้องของเราคนนี้เค้าล้มในห้องน้ำ 

แล้วก็ไม่หายใจ.....แล้ว

พอรู้เรื่องก้ได้แต่ภาวนาให้มันเป็นเรื่องโกหก

และหวังลึกๆ ในใจว่าพี่ก้องจะโผล่มาแล้วพูดว่า "เป็นอะไรกัน?"

วันนี้เป็นวันแรกที่อาจารย์ไม่สอน

แต่ห้อง 6/5 นั่งเงียบกันจนบ่าย

และทุกคนเอาแต่พูดถึงคนที่จากไปแล้วในความทรงจำแบบเงียบๆ

 

Q: พี่ก้องเป็นใคร? รุ่นพี่หรอ?

A: ป่าว พี่ก้องเป็นเพื่อนในห้อง เพื่อนที่เหมือนพี่ชายใจดีที่คอยดูแลน้องๆ


พี่ก้องมักจะให้ลอกงาน สอนการบ้าน

แล้วก็ชักชวนเราทำกิจกรรมของโรงเรียนเสมอ

พี่ก้องชอบลูบหัวเราเบาๆ และเราก็สารภาพว่า...

เราชอบมาก

มือของพี่ก้องอุ่นมากๆ......

พี่ก้องเป็นคนเรียนเก่ง แต่ก็อัธยาศัยดี

ใจดีกับทุกคน ช่วยงานส่วนรวมเสมอไม่เคยบ่น

คอยจี้ให้เราส่งงาน แคะให้เราไปเรียน 

พี่ก้องที่เราบอกว่าจะรอคอยผลเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์เป็นเพื่อน

อืม ใช่แล้วล่ะ

เค้ากำลังจะเป็นเด็กธรรมศาสตร์ ในอีก 5 วัน

เค้าจะครบรอบ 18 ปี ในอีก 3 วัน

เค้าจะจบ ม.6 ในอีกไม่ถึงครึ่งเดือน!

ทำไมถึงรีบไปล่ะ? ทำไมไม่อยู่ด้วยกันจนจบ?

 

อาจารย์เล่าให้ฟังว่า ตอนเจอพี่ก้องครั้งแรก

เค้าเห็นเกรด 3.90 ของพี่ก้อง เลยถามไปว่า

You must be a doctor

พี่ก้องก็ตอบว่า 

I don't care about doctor I just smart guy to

help my friend

 

พอได้ยินเราถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออก

พี่ก้องเค้าคิดถึงพวกเราตลอดเวลา

คนฉลาด แล้วยังเป็นคนดีขนาดนี้ยังจะมีอีกมั๊ย??

เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้พี่ก้องเป็นห่วง

เราขอสัญญา 


สัญญาต่อไปนี้เราจะตั้งใจเรียน

สัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่ไปเรียนสาย

 

พวกเราห้อง 6/5 ถึงจะไม่มีพี่ก้อง

แต่พวกเราก็อยู่กันได้ ไม่ต้องเป็นห่วง

 

เพราะงั้น...

ไปสบายเถอะนะ... เพื่อนรัก 

 

 

**เป็นไงล่ะไอพลอย ไม่ยอมเขียนเฟรนชิบ

เพราะเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว

บ้านก็อยู่แค่นี้ เดี๋ยวไปหาก็ได้ แล้วเป็นไงล่ะ?

เจ็บจริงๆ ** 

 

 

Ya_ma-Ploy 

โรคขาด...นิวส์ไม่ได้ - -

posted on 07 Jan 2010 17:27 by ploizill

จริงจังนะเนี่ย

เดี๋ยวนี้เป็นโรคขาดนิวส์ไม่ได้อ่ะ =[ ]=;

ความจริงแล้วไม่รู้ว่าเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่

แต่รู้ว่าเป็นเมื่อตอนปีใหม่ ไม่ได้เห็นหน้านิวส์เลย

ไม่ได้ดูไฟล์ ไม่ได้ดูรูป ฟังแต่เพลง (คือไม่ได้เห็นหน้าเลยอ่ะ)

แล้วนอนไม่หลับ - -

หาสาเหตุอยู่นานว่าเป็นเพราะอะไร

กินยาก้ไม่หาย แต่พอเมื่อคืน

นั่งดูไฟล์นิวส์ (โปรโมทไทโย)

นั่นเลย พอดูจบ ปิดไฟ นอน หลับสนิท - -*

หลับลึกมากด้วย เพราะว่าฝันแบบเป็นเรื่องราวใหญ่โต ฮ่าๆ

เฮ้อ อัพทีก้มีแต่เรื่องไร้สาระ 555

 

 

** เออ อยากถามว่าใครรู้การจองบัตรคอนนิวส์บ้าง?

ถ้ามีกำหนดรอบคอนนิวส์ เราว่าเราจะไปแหละ

แม่ให้ไปแล้ว ไปอยู่กะป้าที่โตเกียว

ดีใจสุดๆ ฮ่าๆ (แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะซื้อบัตรยังไง = =; )

 

 

และสุดท้าย

มัสสึหล่อโฮกกก

ไม่ไหวแล้ว ทำไมยิ่งโตยิ่งหล่อห๊ะ?? 55 55

 

เอาอีกเรื่องละกันนิ

อยากเอามีดจ้วงตาจ้อนโว๊ ยย ย ยย (เเอบหยาบคาย ฮา)

มีปันหาอะไรกะนิวส์? ทำไมต้องมาลงที่ปกคอน!!

สงสารคนซื้อหน่อยดิ -*-

อันนี้ลิมิเต็ด

อันนนี้แบบธรรมดา - -*

แบบธรรมดาสวยกว่าง่ะ TT^TT

ดันสั่งลิมิตไป งอแง้ อยากฆ่าตาจ้อน โฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

 

 

**เฮ้ออยากดู Osama no brunch แล้วง๊า า า 

**อยากให้อุจจี้กลับมาอยู่นิวส์จัง T.T

 

 

 

 

Ya_ma-Ploy